กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จับมือเครือข่าย สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “ หยุด คิด ถาม ทำ ” ป้องกันตกเป็นเหยื่อ สแกมเมอร์ - แก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว - หลอกให้ซื้อของไม่ได้คุณภาพ - WHAT JOURNAL

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Monday, January 8, 2024

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จับมือเครือข่าย สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “ หยุด คิด ถาม ทำ ” ป้องกันตกเป็นเหยื่อ สแกมเมอร์ - แก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว - หลอกให้ซื้อของไม่ได้คุณภาพ


8 มกราคม 2567 เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “ หยุด คิด ถาม ทำ ” รูปแบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับประชาชนในสังคม เพื่อการสื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ป้องกันการตกเป็น “ เหยื่อ ” ของผู้ไม่หวังดีในกระบวนการสื่อสาร โดยนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ


นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ รศ.ดร.ภก.สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นายวันชัย บุญประชา ที่ปรึกษา “กลุ่มคนตัว D” บริษัท ทำมาปัน จำกัด และนางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเปิดงาน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


นายวราวุธ กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และจากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566 พบว่าผู้สูงอายุไทยมีจำนวน 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ นับว่าเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ และจากข้อมูลผลการสำรวจสถานการณ์และผลกระทบจากการเปิดรับสื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2566


โดยการเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ของศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (Intelligence Center for Elderly Media Literacy – ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ในปี 2566 มีจำนวนผู้สูงอายุไทยที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อมากถึง 22.40% โดยตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ มีจำนวนมากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ผู้สูงอายุยังคงถูกหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 14 และจากข้อมูลมติสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติรองรับสังคมสูงวัย ปี 2566


ยังพบอีกว่าความสามารถในการใช้งานสื่อเทคโนโลยีและการรู้เท่าทันภัยจากเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้สูงอายุอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงและเป็นเป้าหมายต่อการถูกหลอกลวงจากโลกออนไลน์ได้ง่าย ทั้งจากเรื่องโรมานซ์สแคม (Romance Scam) และแก๊งคอลเซนเตอร์ (Call Center) ซึ่งเป็นการถูกหลอกลวงที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน


นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 3 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” เพื่อนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ ผ่านหลักการสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่

1. การรู้จักและเข้าถึงสื่อ ผู้รับสารสามารถเลือกใช้สื่อได้ตามที่ต้องการ

2. การวิเคราะห์ทำความเข้าใจสื่อ ผู้รับสารสามารถทำความเข้าใจหรือตีความข้อมูลที่สื่อส่งมาได้

3. การประเมินผลกระทบจากสื่อ ผู้รับสารสามารถประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบได้

4. การใช้สื่ออย่างปลอดภัย ผู้รับสารสามารถใช้ข้อมูลนั้นต่อไปอย่างปลอดภัย


ที่ผ่านมาได้มีการทดลองหลักสูตรโดยจัดอบรมวิพากษ์หลักสูตรในพื้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี


กระทรวง พม. โดย ผส. และภาคีเครือข่ายทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ผลิตเล่มหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ (E – book) รวมทั้งการจัดทำเว็ปไซต์ (Website) เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ มีแผนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสูงวัยรู้ทันสื่อ 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย

1. ภาคกลาง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี

2. ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย

3. ภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา

4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด


นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเต็มสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว วันนี้เกิดมิจฉาชีพมากมายที่เริ่มเข้ามาหาผลประโยชน์จากผู้สูงอายุ แม้จะเป็นผู้มากประสบการณ์ แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเล่ห์กลทั้งหลายที่มาในรูปแบบของออนไลน์ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถึงแม้ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้สูงอายุได้ใช้เทคโนโลยีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และโซเชียลมีเดีย แต่เปรียบเหมือนดาบสองคม ที่นำเอามิจฉาชีพมาถึงประตูบ้าน ทำให้เงินจำนวนมากต้องสูญเสียไปไม่ว่าจะเป็น เงินออม เงินบำนาญ


หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี เพราะว่าการที่ร่วมมือกันทำงานทำให้พี่น้องประชาชนในส่วนของผู้สูงอายุจะมีองค์ความรู้ มีเกราะป้องกัน ไม่เสียรู้ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป และหวังว่าโครงการที่ดีเช่นนี้ จะได้รับการต่อยอดและขยายผลไปยังผู้สูงอายุกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ และในอนาคตจากนี้ไป ผู้สูงอายุในประเทศประเทศไทยจะไม่หลงกลให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่หากินกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าหากได้รับข้อความ SMS หรือทางแอปพลิเคชัน LINE หรือ WhatsApp อย่าพึ่งเชื่อ และขอให้ลบทิ้งไปจะปลอดภัยที่สุด


นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรนี้ จะมีทั้งที่เป็นรูปเล่มหนังสือให้อ่าน และ E – book อีกทั้งจะมีวิทยากร ซึ่งจริง ๆ แล้ว การทำความเข้าใจกับหลักสูตรที่ว่า “หยุด คิด ถาม ทำ” หากว่าได้มีการพูดคุยและฟังจากประสบการณ์จริง ตนเชื่อว่าจะสอนผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวได้อย่างชัดเจน และจำแม่นขึ้น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทางออนไลน์ โดยจะมีทั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี รวมทั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ จะมีการส่งข้อมูลไปยังโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศอีกด้วย

#ช่วย24ชั่วโมง #พม24ชม #ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว #ศรส #พม #ผู้สูงอายุ #หยุดคิดถามทำ #ผส

ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์
https://whatjournal.ixz.one

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad



Pages